มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

อู๋เหมิง

สนาม: Dahewang

บทนำ:ไปๆ-มาๆวิญญาณเสือดำแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร หรือ ทุ่งใหญ่ 2 กลับกลายเป็น ตัวช่วย รัฐบาลกันไปมิใช่น้อย คือนอกจากจะไม่ได้เป็นตัวจุดชนวนโค่นล้มรัฐบาลอย่างครั้ง ทุ่งใหญ่ 1 ยังกลับทำให้อะไรต่อมิอะไรที่กำลังรายรอบกดดันรัฐบาล ไม่ว่า นาฬิกาบิ๊กป้อม ไม่ว่า ม็อบ MBK, ม็อบอยากเลือกตั้งฟื้นฟูประชาธิปไตย ออกอาการเหี่ยวปลาย เงียบฉี่ไปตามๆ กัน...

สูงในการเจาะ

สนาม: เครือข่ายข่าวคุณภาพของจีน

บทนำ:มาครบ!โพลชี้คุณลักษณะคนไทยแย่-เห็นแก่ตัว-ขาดวินัย-ขี้เกียจ 11 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 09:13 น

นํา เล่น บา คา ร่า1️⃣LOOK618
3og | <动态当天时间> | อ่าน(723) | แสดงความคิดเห็น(316)
ลูกศิษย์ทั่วประเทศโศกสลด หลวงพ่ออนันต์ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง มรณภาพแล้วที่ รพบำรุงราษฎร์ หลังอาพาธเข้ารับการรักษาด้วยโรคระบบลำไส้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เผยเป็นศิษย์เอกหลวงพ่อฤาษีลิงดำ สืบทอดเผยแผ่หลักธรรมคำสอน มโนยิทธิ ทั้งเป็นพระนักพัฒนาจนทำให้วัดท่าซุงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุทัยธานี พิธีเชิญน้ำหลวงพระราชทานสรงศพมีขึ้นในเย็นวันที่ 12 กพนี้ เจ้าคุณพระราชภาวนาโกศล เจ้าอาวาสวัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง หรือวัดหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ตน้ำซึม อเมือง จอุทัยธานี ได้มรณภาพแล้วเมื่อเวลา 0445 น วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพมหานคร หลังเข้ารักษาอาการอาพาธด้วยโรคระบบลำไส้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 โดยคณะแพทย์ตรวจพบเลือดออกในกระเพาะอาหารเมื่อคืนวันที่ 9 กพ61 จึงให้งดน้ำและอาหาร พร้อมปรับมาให้สารอาหารทางน้ำเกลือแทน อีกทั้งภาวะไตทำงานบกพร่อง ความดันโลหิตอยู่ในระดับต่ำ และภาวะติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ กระทั่งเกิดภาวะความดันโลหิตตกอย่างต่อเนื่องและมรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 69 ปี 4 เดือน 45 พรรษา หลังทราบข่าว บรรดาศิษยานุศิษย์ต่างอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจต่อการละสังขารของหลวงพ่อซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ ขณะที่คณะสงฆ์ร่วมกับศิษย์ที่ใกล้ชิด ตลอดจนพุทธศาสนิกชน รวมถึงเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา จอุทัยธานี ได้เร่งจัดเตรียมสถานที่บริเวณภายในมหาวิหารแก้ว 100 เมตร วัดท่าซุง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสรีระสังขารของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เพื่อเตรียมรับสังขารของพระราชภาวนาโกศล ขณะเดียวกัน ก็มีประชาชนจากทุกสารทิศที่ทราบข่าวเดินทางไปยังวัดท่าซุง เพื่อกราบสรีระสังขารพระราชภาวนาโกศล โดยมีรายงานว่า สรีระสังขารของพระราชภาวนาโกศลมาถึงวัดท่าซุงบ่ายวันเดียวกัน และจะเก็บร่างไว้ที่มหาวิหารแก้ว จากนั้นจะเคลื่อนไปยังศาลา 12 ไร่ เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญน้ำหลวงพระราชทานสรงศพในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ รวมทั้งประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรม ต่อมาในช่วงบ่าย ศิษยานุศิษย์และรถพยาบาลของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เคลื่อนสรีระสังขารพระราชภาวนาโกศล หรือหลวงพ่ออนันต์ อายุ 69 ปี เจ้าอาวาสวัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง มายังมหาวิหารแก้ว 100 เมตร ภายในวัดท่าซุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีพระราชอุทัยโสภณ เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี พร้อมคณะสงฆ์สมณศักดิ์ และเจ้าอาวาสจากหลายวัดมาร่วมในพิธี ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ทั่วสารทิศหลั่งไหลมารอที่วัดอย่างเนืองแน่น โดยวันที่ 12 กพ ทางวัดจะเคลื่อนร่างของหลวงพ่ออนันต์ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่มหาวิหาร 100 ปี หรือศาลา 12 ไร่ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนสรงน้ำศพ และเวลา 1600 น จะมีพิธีอัญเชิญน้ำหลวงพระราชทานสรงศพ จากนั้นเวลา 1900 น มีพิธีสวดพระอภิธรรม พระราชภาวนาโกศล เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าซุงเมื่อปี พศ2536 โดยเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 7 ต่อจากพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เกจิชื่อดังมีลูกศิษย์ทั่วประเทศ ซึ่งพระราชภาวนาโกศลถือเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นพระผู้สืบสาน เผยแผ่ศาสนาและหลักธรรมคำสอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งรู้จักกันดีคือ มโนยิทธิ ให้ประชาชนได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นพระนักพัฒนา จนวัดท่าซุงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุทัยธานี ได้แก่ วิหารแก้ว 100 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งสรีระสังขารหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ภายในยังมีพระพุทธชินราชจำลองที่สร้างด้วยทองคำแท้ และยังมีประสาททองคำ พระราชภาวนาโกศล เดิมชื่ออนันต์ เป็นชาวชุมแสง จนครสวรรค์ เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2491 เป็นบุตรคนโตของนายรอด นางจำรัส เสนกุล โดยมีน้องชาย 3 คน น้องสาว 1 คน อุปสมบทเมื่อปี 2516 ขณะมีอายุ 25 ปี ที่วัดปากคลองปลากด อชุมแสง จนครสวรรค์ ออกพรรษาแล้วมาอยู่วัดท่าซุง ได้รับตำแหน่งพระครูปลัด เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2535 เมื่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำมรณภาพลง ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าซุงเมื่อปี 2536 จนถึงปัจจุบัน【อ่านข้อความเต็ม】
mk2 | <动态当天时间> | อ่าน(341) | แสดงความคิดเห็น(190)
ในขณะที่หลายคนเลี่ยงที่จะเข้าไปเป็นทหารรับใช้ชาติ แต่คงไม่ใช่กับนักแสดงหนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย-เยอรมัน อย่าง ชาโน แพมเบอร์เกอร์ ที่ก่อนหน้านี้หลังจากที่เคยสมัครเข้ารับใช้ชาติไปเป็นทหารพราน กรมทหารพราน 33 ที่ อธารโต จยะลา เมื่อปี 2557 เป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะกลับมารับงานแสดงในละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ล่าสุดนักแสดงหนุ่มลูกก็ได้สมัครเป็นทหารชุดดำ ดูแล 3 จังหวัดชายแดนใต้อีกครั้ง พร้อมกับเข้ารับการทดสอบร่างกายพร้อมกับอาสามัครท่านอื่นๆตามระเบียบ ที่กองบังคับการกรมทหารพราน 46 ตกะลุวอเหนือ อเมือง จนราธิวาส โดยปีนี้มีผู้สมัครจำนวน 100 คนทั้ง ชายและหญิง ซึ่งนักแสดงหนุ่มเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ลงมาเพื่อที่จะปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย รู้สึกดีและดีใจมากๆ ภูมิใจอย่างยิ่ง ถึงตนจะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือแม้จะน้อยนิดก็ยังดี ประวัติ : ชาโน แพมเบอร์เกอร์ (Chano Pemberger) เป็นนักแสดงสังกัดของ ช่อง 3 เคยได้ผ่านผลงานมาแล้วอย่าง นางร้ายซัมเมอร์, ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล และ วัยแสบสาแหรกขาด เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2538 ส่วนสูง 183 ซม มีน้องสาว 1 คนคือ อภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ ครอบครัวมีธุรกิจนำเข้า-ส่งออกอาหารสัตว์ จบการศึกษาจาก โรงเรียนสองภาษา Interkids Bilingual School ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง อนาคตอยากเป็นตำรวจหรือทหาร หรืออะไรก็ได้ที่ได้รับใช้ในหลวงกับประชาชน【อ่านข้อความเต็ม】
cqm | <动态当天时间> | อ่าน(710) | แสดงความคิดเห็น(994)
พาณิชย์ปลื้มเอฟทีเอดันมูลค่าการค้าพุ่งกระฉูด 11 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 13:12 น 【อ่านข้อความเต็ม】
sac | <动态当天时间> | อ่าน(797) | แสดงความคิดเห็น(754)
ภาพ:China Xinhua News11 กพ61- สำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า สำนักงานบรรเทาความยากจนและการพัฒนาของจีน (State Council Leading Group Office of Poverty Alleviation and Development) เปิดเผยว่า 5 ปีที่ผ่านมานี้ประเทศจีนได้ช่วยเหลือประชาชนให้หลุดพ้นจากความยากจนรวม 6853 ล้านคน จำนวนดังกล่าวเทียบได้กับว่ามีคนจนลดลงอย่างน้อย 13 ล้านคนต่อปี อัตราความยากจนของประเทศลดลงจาก 102 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 เหลือเพียง 31 เปอร์เซ็นต์ในปี 2017 ทั้งนี้ จีนวางเป้าหมายว่าประชาชนทุกคนจะพ้นจากความยากจนโดยเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2020 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมมั่งคั่งระดับปานกลางตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมายังมีคนจีนอีกประมาณ 30 ล้านคนที่อยู่ภายใต้เส้นความยากจน นักวางแผนนโยบายกำหนดให้ การช่วยเหลือประชาชนพ้นจากความยากจน เป็น 1 ใน 3 การต่อสู้อันหนักหน่วงของชาติจีนในช่วง 3 ปีข้างหน้า ควบคู่ไปกับการป้องกันภัยและการควบคุมมลภาวะ ปี 2018 นี้ถือเป็นปีที่สำคัญ แผนการดำเนินงานกำหนดว่าประชาชนมากกว่า 10 ล้านคนจะต้องพ้นจากความยากจนภายในปีนี้ และจะต้องมีเขตเทศบาลเมือง 100 แห่งที่หลุดจากรายชื่อคนจน ทั้งนี้ เขตเทศบาลเมืองหนึ่งๆ จะหลุดจากรายชื่อคนจนได้ก็ต่อเมื่อพื้นที่นั้นมีประชากรที่รายได้ต่ำกว่า 2,300 หยวน (ราว 11,500 บาท) ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดในพื้นที่ ยกเว้นเขตพื้นที่ทางตะวันตกของจีนที่ยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา กำหนดไว้ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในพื้นที่【อ่านข้อความเต็ม】
3co | <动态当天时间> | อ่าน(167) | แสดงความคิดเห็น(877)
คุมเข้มตัวเมืองปัตตานีเปิดวงจรปิดล่ามือบึ้ม! 12 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 10:15 น 【อ่านข้อความเต็ม】
ka1 | 2021-09-25 | อ่าน(649) | แสดงความคิดเห็น(415)
ทั้งนี้กรณีนายรังสิมันต์ ที่ถูกควบคุมตัวต่อไปที่จังหวัดขอนแก่นนั้นสืบเนื่องจาก ถูกดำเนินคดีขัดคำสั่ง คสชจากการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เหตุเกิดเมื่อเดือน กค2559 ที่อาคารจตุรมุข ภายใน มขอนแก่น【อ่านข้อความเต็ม】
gmi | 2021-09-25 | อ่าน(269) | แสดงความคิดเห็น(500)
คุมเข้มตัวเมืองปัตตานีเปิดวงจรปิดล่ามือบึ้ม! 12 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 10:15 น 【อ่านข้อความเต็ม】
s2o | 2021-09-25 | อ่าน(854) | แสดงความคิดเห็น(561)
บึ้ม 10 จุด 3 อำเภอปัตตานี นอภยะหริ่ง-จนท-ชาวบ้านเจ็บรวม 6 ราย บ้านราษฎรเสียหายกว่า 30หลังคาเรือน ฝ่ายมั่นคงเร่งเก็บหลักฐาน เช็กวงจรปิดล่าตัวคนร้าย ยะลา-นราธิวาสผวาป่วนซ้ำ เพิ่มคุมเข้มย่านเศรษฐกิจช่วงตรุษจีน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหลายจุดในจังหวัดปัตตานี โดยพบระเบิดทั้งหมด 13 ลูก ใน 3 อำเภอ สามารถกู้ได้ 3 ลูก คือ อยะหริ่ง ระเบิด 4 ลูก, อยะรัง ระเบิด 3 ลูก กู้ได้ 1 ลูก และ อสายบุรี ระเบิด 6 ลูก สามารถกู้ได้ 2 ลูก คาดว่ามีคนร้ายจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน กระจายกำลังก่อเหตุตามจุดต่างๆ ที่ อยะหริ่ง เวลา 0200 น คนร้ายนำระเบิดเพลิง โยนเข้าไปในบ้านของนางสุปราณี เพ็ชรวิไล อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นร้านขายของชำ เลขที่ 26/1-3 ถนนหน้าวัง ตยะหริ่ง ทำให้บ้านจำนวน 3 คูหา รวมทั้งสินค้าต่างๆ ที่มีเต็มร้าน และมีเงินอีกเกือบ 1 แสนบาท ถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด ซึ่งนางสุปราณีเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกลอบวางระเบิดมาแล้วเมื่อปี 59 บ้านเพิ่งซ่อมเสร็จและเปิดขายของประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมาเอง รู้สึกท้อใจ จะหาเงินที่ไหนมาลงทุน หนี้ซ่อมบ้านยังจ่ายไม่หมด คงต้องเลิกอย่างแน่นอน และย้ายไปอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ จึงอยากให้ทหารเอาจริงเอาจังใช้กฎหมายกับกลุ่มที่สร้างปัญหา จากนั้น เวลา 0810 น คนร้ายได้นำระเบิดลูกเล็กไม่มีสะเก็ดระเบิดมาวางไว้ที่บริเวณหน้าโรงเรียนยะหริ่ง ห่างจากบ้านที่ถูกไฟไหม้ 150 เมตร จำนวน 2 ลูก และจุดชนวนระเบิด แต่ไม่มีอะไรเสียหาย เป็นการลวงเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ ขณะเดียวกันคนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ระหว่างบ้านที่ไฟไหม้ กับระเบิด 2 ลูกที่หน้าโรงเรียน เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่มีสะเก็ดระเบิด เมื่อนายอดุลย์ หมีดเส็น นายอำเภอยะหริ่ง พร้อมด้วยกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส) นำรถมาจอด 1 คัน ตามด้วยรถของตำรวจ 1 คัน เพื่อมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อเวลา 0835 น คนร้ายได้กดชนวนระเบิดทันที แรงระเบิดทั้งสองลูกทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย และสะเก็ดระเบิดทำให้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย ได้แก่ นายอดุลย์ หมีดเส็น นายอำเภอยะหริ่ง มีบาดแผลสะเก็ดระเบิดเฉี่ยวที่ท้องเล็กน้อย ส่วนนางสมจินต์ สืบประดิษฐ์ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ) ยะหริ่ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบชื่อ 1 นาย หูอื้อจากแรงระเบิด นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนราษฎร ส่วนใหญ่เป็นบานกระจกแตกเสียหายบางส่วนกว่า 30 หลังคาเรือน รวมทั้งบ้านนายกเทศมนตรีตำบลยะหริ่ง ต่อมา รตอภาวิช กระจ่างศร รอง สว(สอบสวน)เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี พร้อมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ หน้าป้ายโรงเรียนยะหริ่ง พบหลุมระเบิดจำนวน 2 หลุม ชิ้นส่วนของนมดัชมิลล์ และไม่มีสะเก็ดระเบิด พบชิ้นส่วนนาฬิกา และกลิ่นของระเบิดน่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องนมพลาสติกดัชมิลล์ขนาดเล็ก จุดชนวนด้วยนาฬิกาชนิดตั้งเวลา ห่างประมาณ 100 เมตร บนถนนหน้าวัง พบสะเก็ดระเบิดตกเกลื่อนกลาด ลักษณะท่อเหล็ก และตู้โทรศัพท์ถูกแรงระเบิดเสียหาย 1 ตู้ เชื่อว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดท่อกลมเล็ก ตั้งเวลาจุดชนวนด้วยนาฬิกาคาสิโอ จำนวน 2 ลูก ที่ อยะรัง เมื่อเวลา 0835 น รตทวิชา หนูแป้นน้อย รอง สว (สอบสวน) สภยะรัง รับแจ้งเหตุมีคนร้ายวางระเบิดในพื้นที่บริเวณแยกตลาดนัดกลางคืน ม3 เขตเทศบาลตำบลยะรัง เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ห่างจากที่เกิดเหตุลูกแรก 100 เมตร หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ทำการเก็บกู้ระเบิดจำนวน 1 ลูก ต่อมาบริเวณหน้ามัสยิด บนเส้นทาง 410 ปัตตานี-ยะลา ตเขาตูม คนร้ายวางระเบิดขนาดในตะกร้ารถจักรยาน จำนวน 1 ลูก แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 คน ส่ง รพยะรัง ส่วนที่ อสายบุรี เวลา 0531 น รตอเชาวลิต อาตเต้ง รอง สว (สอบสวน) สภสายบุรี รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่ 4 จุด บริเวณตู้เติมเงินบุญเติม บริเวณตู้โทรศัพท์ บริเวณปากน้ำ และบริเวณปากน้ำในสุสาน ถท่าเสด็จ ตตะลุบัน จากนั้นเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พบเป็นวัตถุระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ ได้ทำการเก็บกู้และยิงทำลาย ต่อมาได้เกิดระเบิดขึ้นอีกจำนวน 2 ลูก บริเวณถนนท่าเสด็จ ตตะลุบัน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงได้ให้กองกำลังในพื้นที่ติดตามกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ เพื่อทำการตรวจสอบเส้นทางคนร้าย รวมทั้งนำมาสเกตช์ภาพ และเปรียบเทียบในสารบบคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคง ส่วนประเด็นและสาเหตุทั้งหมด เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หลังเกิดเหตุ พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบกภจปัตตานี), พตอจีรเศรษฐ ดาวเงินตระกูล รอง ผบกภจปัตตานี เดินทางไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่ สภยะหริ่ง พร้อมกำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนทุกโรงพักที่เกิดเหตุรวบรวมเก็บวัตถุพยานให้มากที่สุด รวมไปถึงสอบพยานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะตรวจสอบภาพวงจรปิดทุกตัวทั้งในที่เกิดเหตุและถนนเข้า-ออกจุดเกิดเหตุทุกสาย ในเบื้องต้นบางจุดมีหลักฐานชัดเจนที่เห็นตัวบุคคลต้องสงสัย แต่ยังต้องรอผลพิสูจน์จากพยานหลักฐานอีกครั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ทางด้านนายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง จยะลา หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จปัตตานี ได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่กองกำลังผสม 4 ฝ่ายของ อเบตง คุมเข้มสถานการณ์ในพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อเป็นการป้องปรามเหตุร้ายจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่อาจจะเตรียมก่อเหตุป่วนในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองเบตง และในย่านที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจากประเทศมาเลเซียไหลทะลักเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองในเขตเทศบาลเมืองเบตงเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีการจัดงาน ตรุษจีนมหามงคล เบตงแดนมหัศจรรย์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 กพและ 16-17 กพนี้ ที่หอประชุมโรงเรียนเบตง วีระราษฎร์ประสาน และลานวัฒนธรรมสัมพันธ์ เทศบาลเมืองเบตง เพื่อสืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิตชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างยิ่งใหญ่ พตอสุชาติ สอิด ผกกสภเบตง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังป้องกันเหตุสร้างสถานการณ์ ความรุนแรงในวันเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมกำชับให้ทุกจุดตรวจจุดสกัดเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตราย่านชุมชน สถานที่ราชการ และจุดสุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังพิเศษ เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามก่อเหตุร้ายต่างๆ ได้ง่าย และได้ขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวัง เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ขณะที่หน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่ได้มีการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อส และกองกำลังภาคประชาชนในพื้นที่ จยะลา ให้เฝ้าระวังกลุ่มก่อเหตุความรุนแรง เนื่องจากพบระดับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบมีการประชุมกันในพื้นที่ จยะลา เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา โดยจะใช้ระเบิดขนาดเล็กและระเบิดชนิดคาร์บอมบ์ จยยบอมบ์ เตรียมก่อเหตุป่วนในย่านเมืองเศรษฐกิจ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ที่ จนราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 3 ฝ่าย และภาคประชาชน สนธิกำลังดูแลความปลอดภัยพื้นที่เซฟโซนในเขตเทศบาลเมืองของนราธิวาสอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุซ้ำเหมือนจังหวัดปัตตานี โดยเจ้าหน้าที่มีการเน้นตั้งจุดตรวจลอยและตรวจอย่างเข้มงวดบริเวณจุดทางเข้าตัวเมืองทั้งรอยต่อติดกับ อตากใบ อระแงะ และออกลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ ซึ่งช่วงนี้ใกล้กับเทศกาลตรุษจีน นอกจากนี้ยังจัดกำลังดูแลความปลอดภัยในพื้นที่รอบนอกตามอำเภอต่างๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ อสุไหงโก-ลก ซึ่งในห้วงเทศกาลตรุษจีนจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก【อ่านข้อความเต็ม】
wgs | 2021-09-25 | อ่าน(83) | แสดงความคิดเห็น(57)
ปัตตานีระอุ!กลุ่มก่อความไม่สงบวางบึ้ม 3 อำเภอ 11 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 10:17 น 【อ่านข้อความเต็ม】
koc | 2021-09-24 | อ่าน(24) | แสดงความคิดเห็น(485)
ตำรวจ-คสชงัวเงีย ยิ่งลักษณ์ โผล่ปักกิ่ง ซื้อเกาลัดกับทักษิณ ตมขอรอสัญญาณ จะถามรัฐบาลจีนสองพี่น้องยังอยู่ฉลองตรุษจีนหรือไม่ เตรียมให้ตรวจสอบที่มาคนปล่อยภาพ ฝ่ายเสื้อแดงดี๊ด๊า ปลัฟแหลก รัฐบาลจีนไม่ยอมรับคำตัดสินศาลไทย ปล่อยให้เข้าประเทศไปเดินเล่น ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ หลังมีการเผยแพร่ภาพถ่ายในโลกออนไลน์ของนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หนีคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำลังเลือกซื้อเกาลัดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกลางกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เรื่องนี้ พลตทสุทธิพงศ์ วงศ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม) กล่าวว่า การสืบหาต้นตอของภาพดังกล่าวเป็นหน้าที่ของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บกปอท) ในการหาแหล่งที่เผยแพร่ภาพของนายทักษิณและ นสยิ่งลักษณ์ ส่วนการดำเนินการติดตามตัว ทาง สตมกำลังรอคำสั่งจากทางรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าในการประสานงานกับทางการจีนเพื่อตรวจสอบว่าทั้งสองยังอยู่ในประเทศจีนหรือไม่ ส่วน พลตปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่มีข้อมูล แต่เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคงได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว เมื่อถามว่า นสยิ่งลักษณ์สามารถเดินทางในต่างประเทศอย่างอิสระเช่นเดียวกับนายทักษิณใช่หรือไม่ พลตปิยพงศ์ระบุสั้นๆ ว่า ไม่ทราบ พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้ประเมินในเรื่องดังกล่าว หน้าที่ของรัฐบาลคือการบริหารราชการแผ่นดิน เจ้าหน้าที่แต่ละส่วนงานมีระเบียบหลักเกณฑ์ที่ต้องทำตามในเรื่องต่างๆ อยู่แล้วทั้งนี้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยพูดว่าให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ดังนั้นนายกฯ ไม่จำเป็นต้องสั่งการในทุกเรื่อง ยืนยันเราไม่ได้ละเลยกับเรื่องดังกล่าว วันนี้เรามีปัญหาหลายเรื่องต้องดำเนินการ อยากให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนมีสมาธิในการทำงาน ไม่อยากให้กังวลในเรื่องการเมืองจนเสียสมาธิกับการทำงานไป ด้านฝ่ายการเมือง นายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อประเด็นนี้ว่า นายทักษิณและ นสยิ่งลักษณ์ล้วนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย แม้ทั้งคู่จะถูกกระทำรัฐประหารยึดอำนาจไปด้วยกระบวนการของเผด็จการ แต่สังคมโลกต่างเห็นใจ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ประเทศไหน ประเทศนั้นต่างก็ยอมรับ ให้เกียรติทั้งนายทักษิณและ นสยิ่งลักษณ์ ทั้งคู่จะไปประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่ไหนก็ได้ในโลก ยกเว้นประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเผด็จการ ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าประชาชนยังคิดถึงและพูดถึงนายทักษิณและ นสยิ่งลักษณ์อยู่ตลอด ต่างจากพวกเผด็จการที่ยิ่งอยู่คนยิ่งเกลียด สังเกตจากที่เริ่มมีกลุ่มคนออกมาชุมนุมขับไล่เพราะผิดคำพูดเรื่องเลือกตั้งมาโดยตลอด และช่วงบั้นปลายพวกเผด็จการจะไปเหยียบประเทศไหนก็ไม่ได้ ไม่มีใครให้เกียรติ ต่างจากนายทักษิณและ นสยิ่งลักษณ์ที่ไปได้ทั่วโลก อดีต สสเพื่อไทยกล่าว นายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เห็นว่าการปรากฏตัวดังกล่าวไมมีนัยอะไร นายทักษิณมีงาน มีภารกิจที่เมืองจีนเป็นประจำอยู่แล้ว นสยิ่งลักษณ์ นับแต่วันที่ 25 สค60 จากคดีรับจำนำข้าว ไม่ได้ปรากฏตัวเลย เพิ่งเห็นชัดๆ ครั้งนี้ เป็นช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน คนในครอบครัว ลูกๆ หลานๆ คงนัดไปพบกันที่กรุงปักกิ่ง ถือโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน นายอรรถชัย อนันตเมฆ หรือ โด่ง อดีตนักแสดง ซึ่งที่ผ่านมาแสดงตัวว่าเป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง-นปช ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อรรถชัย อียู อนันตเมฆ ระบุว่า การปรากฏตัวของปูที่ปักกิ่งนั้น ทำเอาอาการขาลงของ คสชยิ่งดิ่งวูบลงไปอีก คำถามสำคัญคือ ปูเข้าจีนได้อย่างไร คำตอบแน่ๆ อันหนึ่งก็คือ จีนให้เข้า คำถามต่อมาคือ อ้าวให้เข้าได้อย่างไร ก็ในเมื่อปูมีหมายจับจากคำพิพากษาของศาลอาญานักการเมืองกรณีจำนำข้าว คำตอบประมวลรวมๆ คือ จีนไม่ให้ความสำคัญสองสิ่ง อดีตนักแสดงผู้นี้ให้ความเห็นว่า 1ไม่ให้ความสำคัญกับ คำพิพากษา มันแสดงว่าคำพิพากษาของ ศาลไทยไม่เป็นที่ยอมรับ และถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง อันหมายถึงคดีปูไร้สาระในสายตาจีน 2ไม่ให้ความสำคัญกับ คสช ที่ทำทุกอย่างเพื่อ เอาใจจีน และมองจีนว่าเป็นมหามิตร แต่จีนไม่คิดกับ คสชแบบเดียวกัน มันตบหน้า คสชฉาดใหญ่ ว่าเขาให้ความสำคัญกับสองพี่น้องคนมากกว่ารัฐบาลทหารงานนี้ ความน่าเชื่อถือพัง ทั้งศาล ทั้ง คสช สุดท้าย จะกล้าส่งคำร้องไปขอตัวปูจากจีนหรือไม่ ไม่ส่ง ก็ ผิดปกติวิสัยที่ต้องทำ ส่งไป หากจีนนิ่งเฉย ก็เหมือนโดนตบหน้า ฉาดที่สอง ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของตัวเองกับจีนเข้าไปอีก ผมเป็นนายดอน ตอนนี้คงปวดหัวตึบ ไม่รู้จะตอบคำถามนักข่าวว่าอย่าไรดี ลำพังที่ผ่านมาที่เคยตอบๆ ไป ทุกวันนี้ก็ใกล้จะเป็นเด็กเล่นอุจจาระเข้าไปทุกวันแล้วววว 【อ่านข้อความเต็ม】
2wg | 2021-09-24 | อ่าน(83) | แสดงความคิดเห็น(891)
บึ้ม 10 จุด 3 อำเภอปัตตานี นอภยะหริ่ง-จนท-ชาวบ้านเจ็บรวม 6 ราย บ้านราษฎรเสียหายกว่า 30หลังคาเรือน ฝ่ายมั่นคงเร่งเก็บหลักฐาน เช็กวงจรปิดล่าตัวคนร้าย ยะลา-นราธิวาสผวาป่วนซ้ำ เพิ่มคุมเข้มย่านเศรษฐกิจช่วงตรุษจีน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหลายจุดในจังหวัดปัตตานี โดยพบระเบิดทั้งหมด 13 ลูก ใน 3 อำเภอ สามารถกู้ได้ 3 ลูก คือ อยะหริ่ง ระเบิด 4 ลูก, อยะรัง ระเบิด 3 ลูก กู้ได้ 1 ลูก และ อสายบุรี ระเบิด 6 ลูก สามารถกู้ได้ 2 ลูก คาดว่ามีคนร้ายจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน กระจายกำลังก่อเหตุตามจุดต่างๆ ที่ อยะหริ่ง เวลา 0200 น คนร้ายนำระเบิดเพลิง โยนเข้าไปในบ้านของนางสุปราณี เพ็ชรวิไล อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นร้านขายของชำ เลขที่ 26/1-3 ถนนหน้าวัง ตยะหริ่ง ทำให้บ้านจำนวน 3 คูหา รวมทั้งสินค้าต่างๆ ที่มีเต็มร้าน และมีเงินอีกเกือบ 1 แสนบาท ถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด ซึ่งนางสุปราณีเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกลอบวางระเบิดมาแล้วเมื่อปี 59 บ้านเพิ่งซ่อมเสร็จและเปิดขายของประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมาเอง รู้สึกท้อใจ จะหาเงินที่ไหนมาลงทุน หนี้ซ่อมบ้านยังจ่ายไม่หมด คงต้องเลิกอย่างแน่นอน และย้ายไปอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ จึงอยากให้ทหารเอาจริงเอาจังใช้กฎหมายกับกลุ่มที่สร้างปัญหา จากนั้น เวลา 0810 น คนร้ายได้นำระเบิดลูกเล็กไม่มีสะเก็ดระเบิดมาวางไว้ที่บริเวณหน้าโรงเรียนยะหริ่ง ห่างจากบ้านที่ถูกไฟไหม้ 150 เมตร จำนวน 2 ลูก และจุดชนวนระเบิด แต่ไม่มีอะไรเสียหาย เป็นการลวงเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ ขณะเดียวกันคนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ระหว่างบ้านที่ไฟไหม้ กับระเบิด 2 ลูกที่หน้าโรงเรียน เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่มีสะเก็ดระเบิด เมื่อนายอดุลย์ หมีดเส็น นายอำเภอยะหริ่ง พร้อมด้วยกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส) นำรถมาจอด 1 คัน ตามด้วยรถของตำรวจ 1 คัน เพื่อมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อเวลา 0835 น คนร้ายได้กดชนวนระเบิดทันที แรงระเบิดทั้งสองลูกทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย และสะเก็ดระเบิดทำให้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย ได้แก่ นายอดุลย์ หมีดเส็น นายอำเภอยะหริ่ง มีบาดแผลสะเก็ดระเบิดเฉี่ยวที่ท้องเล็กน้อย ส่วนนางสมจินต์ สืบประดิษฐ์ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ) ยะหริ่ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบชื่อ 1 นาย หูอื้อจากแรงระเบิด นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนราษฎร ส่วนใหญ่เป็นบานกระจกแตกเสียหายบางส่วนกว่า 30 หลังคาเรือน รวมทั้งบ้านนายกเทศมนตรีตำบลยะหริ่ง ต่อมา รตอภาวิช กระจ่างศร รอง สว(สอบสวน)เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี พร้อมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ หน้าป้ายโรงเรียนยะหริ่ง พบหลุมระเบิดจำนวน 2 หลุม ชิ้นส่วนของนมดัชมิลล์ และไม่มีสะเก็ดระเบิด พบชิ้นส่วนนาฬิกา และกลิ่นของระเบิดน่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องนมพลาสติกดัชมิลล์ขนาดเล็ก จุดชนวนด้วยนาฬิกาชนิดตั้งเวลา ห่างประมาณ 100 เมตร บนถนนหน้าวัง พบสะเก็ดระเบิดตกเกลื่อนกลาด ลักษณะท่อเหล็ก และตู้โทรศัพท์ถูกแรงระเบิดเสียหาย 1 ตู้ เชื่อว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดท่อกลมเล็ก ตั้งเวลาจุดชนวนด้วยนาฬิกาคาสิโอ จำนวน 2 ลูก ที่ อยะรัง เมื่อเวลา 0835 น รตทวิชา หนูแป้นน้อย รอง สว (สอบสวน) สภยะรัง รับแจ้งเหตุมีคนร้ายวางระเบิดในพื้นที่บริเวณแยกตลาดนัดกลางคืน ม3 เขตเทศบาลตำบลยะรัง เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ห่างจากที่เกิดเหตุลูกแรก 100 เมตร หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ทำการเก็บกู้ระเบิดจำนวน 1 ลูก ต่อมาบริเวณหน้ามัสยิด บนเส้นทาง 410 ปัตตานี-ยะลา ตเขาตูม คนร้ายวางระเบิดขนาดในตะกร้ารถจักรยาน จำนวน 1 ลูก แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 คน ส่ง รพยะรัง ส่วนที่ อสายบุรี เวลา 0531 น รตอเชาวลิต อาตเต้ง รอง สว (สอบสวน) สภสายบุรี รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่ 4 จุด บริเวณตู้เติมเงินบุญเติม บริเวณตู้โทรศัพท์ บริเวณปากน้ำ และบริเวณปากน้ำในสุสาน ถท่าเสด็จ ตตะลุบัน จากนั้นเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พบเป็นวัตถุระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ ได้ทำการเก็บกู้และยิงทำลาย ต่อมาได้เกิดระเบิดขึ้นอีกจำนวน 2 ลูก บริเวณถนนท่าเสด็จ ตตะลุบัน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงได้ให้กองกำลังในพื้นที่ติดตามกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ เพื่อทำการตรวจสอบเส้นทางคนร้าย รวมทั้งนำมาสเกตช์ภาพ และเปรียบเทียบในสารบบคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคง ส่วนประเด็นและสาเหตุทั้งหมด เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หลังเกิดเหตุ พลตตปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบกภจปัตตานี), พตอจีรเศรษฐ ดาวเงินตระกูล รอง ผบกภจปัตตานี เดินทางไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่ สภยะหริ่ง พร้อมกำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนทุกโรงพักที่เกิดเหตุรวบรวมเก็บวัตถุพยานให้มากที่สุด รวมไปถึงสอบพยานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะตรวจสอบภาพวงจรปิดทุกตัวทั้งในที่เกิดเหตุและถนนเข้า-ออกจุดเกิดเหตุทุกสาย ในเบื้องต้นบางจุดมีหลักฐานชัดเจนที่เห็นตัวบุคคลต้องสงสัย แต่ยังต้องรอผลพิสูจน์จากพยานหลักฐานอีกครั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ทางด้านนายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง จยะลา หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ จปัตตานี ได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่กองกำลังผสม 4 ฝ่ายของ อเบตง คุมเข้มสถานการณ์ในพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อเป็นการป้องปรามเหตุร้ายจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่อาจจะเตรียมก่อเหตุป่วนในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองเบตง และในย่านที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจากประเทศมาเลเซียไหลทะลักเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองในเขตเทศบาลเมืองเบตงเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีการจัดงาน ตรุษจีนมหามงคล เบตงแดนมหัศจรรย์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 กพและ 16-17 กพนี้ ที่หอประชุมโรงเรียนเบตง วีระราษฎร์ประสาน และลานวัฒนธรรมสัมพันธ์ เทศบาลเมืองเบตง เพื่อสืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิตชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างยิ่งใหญ่ พตอสุชาติ สอิด ผกกสภเบตง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังป้องกันเหตุสร้างสถานการณ์ ความรุนแรงในวันเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมกำชับให้ทุกจุดตรวจจุดสกัดเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตราย่านชุมชน สถานที่ราชการ และจุดสุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังพิเศษ เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามก่อเหตุร้ายต่างๆ ได้ง่าย และได้ขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวัง เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ขณะที่หน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่ได้มีการแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อส และกองกำลังภาคประชาชนในพื้นที่ จยะลา ให้เฝ้าระวังกลุ่มก่อเหตุความรุนแรง เนื่องจากพบระดับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบũ